นักเตะกระดูกเปราะ ที่น่าเสียดายเรื่องฝีเท้า

หากพูดถึงกลุ่ม นักเตะกระดูกเปราะ นั้นย่อมนึกถึงกลุ่มผู้เล่นที่โชคร้าย ซึ่งเลือกใช้ ฟุตบอล อันเป็นกีฬาที่สามารถสร้างรายได้แบบมหาศาล ให้กับตัวผู้เล่นเป็นอาชีพหลัก แล้วฝีเท้ากับร่างกายไม่ลงรอยไปพร้อมๆ กัน หากสามารถก้าวไปเป็นนักเตะอาชีพแล้วสังกัดทีมชั้นนำ สิ่งที่จะตามมาเป็นเรื่องของค่าจ้างระดับมหาศาล

อย่างที่เราๆ ท่านๆ ทราบกันดีว่า อายุการใช้งานของอาชีพนี้ ค่อนข้างจะสั้น เสื่อมถอยมูลค่าไปตามความแก่ชราที่ส่งผลให้ศักยภาพร่างกาย นั้นลดถอยลงไป จนไม่สามารถทำผลงานได้ดีดังเดิมได้ ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าพ่อค้าแข้ง ยังต้องเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บ ที่สามารถเกิดได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นระหว่างฝึกซ้อม ใช้ชีวิตประจำวัน หรือ ลงทำการแข่งขัน

แต่ละอาการที่เกิดขึ้นแต่ละส่วนของร่างกาย ใช้เวลาพักฟื้นแตกต่างกัน ถ้าเป็นอาการเจ็บเล็กน้อย ย่อมใช้เวลาฟื้นฟูแค่อึดใจเดียว แปบๆ ก็กลับมาเล่นได้ปกติ แต่ถ้าโชคร้ายบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาว มีแค่บางรายที่กลับมาเล่นในฟอร์มเดิมได้

มีผู้เล่นอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “นักเตะจอมเจ็บ” ที่ตลอดอาชีพการค้าแข้ง ส่วนใหญ่ใช้เวลารักษาตัว มากกว่าลงเล่นในสนามเสียอีก ทั้งที่ฝีเท้าในการเล่นนั้นเต็มไปด้วยพรสวรรค์ ที่ดูแล้วมีโอกาสก้าวไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ หากไม่มีอาการบาดเจ็บมาฉุดรั้งเอาไว้

บทความนี้เว็บไซต์ offpitch ได้รวบรวมเอารายชื่อ เหล่านักเตะชื่อดัง ที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน จนเส้นทางการค้าแข้ง ไม่ได้ก้าวไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น มานำเสนอให้แฟนๆ ได้ย้อนรำลึกถึงวันวานว่ายังจำ ดาวเตะแต่ละคนกันได้บ้างหรือไม่? แล้วลองคิดตามกันดูว่า ถ้าโชคชะตาไม่เล่นตลกกับพวกเขา อนาคตจะไปได้ไกลแบบทีสื่อคาดการณ์กันจริงหรือไม่?

นักเตะกระดูกเปราะ – ติอาโก้ อัลคันทาร่า

นักเตะกระดูกเปราะ-1

เปิดหัวกันที่ ติอาโก้ อัลคันทาร่า กองกลางเชิงสูงจากสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ไม่เคยมีใครสงสัยเรื่องคุณภาพฝีเท้า ดาวเตะรายนี้เข้าสังกัดศูนย์ฝึกเยาวชนชื่อดังอย่าง ลา มาเซีย ของสโมสร บาร์เซโลน่า ตั้งแต่อายุ 14 ปี แล้วได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ เจ้าบุญทุ่ม ด้วยอายุเพียงแค่ 18 ปีเศษเท่านั้น ในปี 2009

หลังจากนั้นก็ช่วยทีมกวาดแชมป์ระดับสโมสร หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ลา ลีก้า, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ฟีฟ่า คลับ เวิล์ด คัพ ก่อนจะหอบเสื้อผ้า ย้ายตามนายเก่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ ติอาโก้ เริ่มแสดงอาการของ นักเตะกระดูกแก้ว ให้เห็นกันเป็นประจำ

แม้ว่าจะอยู่ในทีมของ เสือใต้ ที่กวาดแชมป์มากมายก่ายกอง ไปทั้งหมด 16 รายการ ก่อนย้ายมาอยู่กับ หงส์แดง แต่ตัวของ ติอาโก้ เจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมาโดยตลอด ไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอเท่าที่ควร

เมื่อนับรวมปัญหาที่ทำให้เขา ต้องพักการลงสนามแล้ว ปรากฏว่ายอดตัวเลขการเจ็บนั้น มีมากถึง 21 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในครั้งสำคัญที่สุด คือ การอดติดทีมชาติสเปน ไปลุยศึก ฟุตบอลโลก ปี 2014 เพราะเจออาการบาดเจ็บเข่าเล่นงาน จนต้องถอนตัวไปก่อนที่จะมีการตัดตัวขั้นสุดท้าย

อย่างไรก็ตามผลงานในสนามของเขา ไม่ได้ดร็อปลงไปเลย ยังคงคุณภาพการคุมเกมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องที่อดคิดไม่ได้เลยว่า หากเขาไม่เจอปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย โอกาสพัฒนาฝีเท้าจะไปได้ไกลขนาดไหน เพราะขนาดเจ็บออดๆ แอดๆ ทักษะลูกหนังของ ติอาโก้ ถือว่าจัดอยู่เบอร์ต้นๆ ของผู้เล่นแดนกลางในปัจจุบันอยู่เลย

นักเตะกระดูกเปราะ – โรนัลโด้

นักเตะกระดูกเปราะ-2

ดาวเตะรายถัดมา ไม่กล่าวถึงคงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าได้รับฉายาเป็นถึง “ปรากฏการณ์แห่งโลกฟุตบอล” เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่เปลี่ยนสไตล์กองหน้า ให้ต้องทำได้หลายหน้าที่ มากกว่ายืนรอจบสกอร์ ซึ่งทุกวันนี้หลายสื่อชื่อดัง ยังยกย่องให้เขาเป็น หนึ่งในดาวยิงที่ดีที่สุดตลอดกาล ตั้งแต่โลกเคยมีมา จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โรนัลโด้ หลุยซ์ นาซาริโอ เดอ ลิม่า หรือ โรนัลโด้ อาร์ไนน์ ที่เราคุ้นหูกันดีนั่นเอง

ปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บของ โด้อ้วน เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่เขาย้ายมาเล่นในยุโรปกับ พีเอสวี ไอน์ดโฮเฟ่น เป็นเพราะว่าสไตล์การเล่นที่เสี่ยงตีน เลี้ยงจี้เข้าหากองหลัง เพื่อหลอกล่อให้หัวปั่นด้วยทักษะ มักจะทำให้โดนเตะติดดาบเป็นประจำ

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้สปีดต้นเร่งความเร็วชั่วขณะแบบเต็มที่ ในการกระชากลากเลื้อยหนีแนวรับ สร้างภาระหนักให้กับอวัยวะช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็น เข่า, ข้อเท้า และเส้นเอ็นต่างๆ เป็นอย่างมาก โชคยังดีที่ช่วงเป็นดาวรุ่ง อาการยังไม่แสดงออกมาหนักหนาเท่าไหร่

ทำให้เขาฝากสถิติแบบสุดโหด ยิงไป 54 ประตู จากการเล่น 58 นัด ไว้กับ พีเอสวี ไว้ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวสถิติโลก

ช่วงเวลาสั้นๆ ของ โรนัลโด้ กับ เจ้าบุญทุ่ม ผลงานโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยิงถล่มทลาย ไม่ต่างจากเดิม แม้ว่าจะย้ายมาอยู่ในลีกที่เข้มข้นขึ้น การแข่งขันมากขึ้น แต่ศักยภาพของเขา ยังทลายแนวรับแดนกระทิงดุ ได้แบบไม่เหลือซาก จนถึงขนาดที่ อินเตอร์ มิลาน ต้องยอมทุบสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ดึงตัวเขาไปร่วมทีม

แม้ว่าบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ในยุคนั้น จะเต็มไปด้วยยอดกองหลังฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์ แต่ไม่ใช่ปัญหาของ โรนัลโด้

เขายังคงทำสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง เล่นอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้เล่นเกมรับได้อยู่เสมอยามลงสนาม แต่ปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บเข่า เริ่มสำแดงอาการออกมาทีละนิด จนในที่สุดก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดจนได้

เมื่อหายเจ็บกลับมาได้ไม่นาน อาร์ไนน์ ก็ต้องโชคร้าย เจอกับอาการบาดเจ็บหนักที่สุดในชีวิต ในเกม โคปป้า อิตาเลีย ที่ทีมพบกับ ลาซิโอ ร้ายแรงจนถึงขนาดเกือบต้องเลิกเล่น เนื่องจากลูกสะบ้าถึงขั้นระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

แต่พอ โรนัลโด้ กลับมาลงสนามได้แบบปาฎิหาริย์ จำเป็นต้องเปลี่ยนสไตล์การเล่น มาเน้นความคมในการจบสกอร์แทน มากกว่าที่จะลากตะลุย เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บแบบเดิม ซึ่งเป็นภาพช่วงท้ายๆ ที่เรามักจะชินตา เมื่อเขาย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในสเปน ที่น่าจะเป็นช่วงที่ผลงานเริ่มดร็อปลงแล้วนั่นเอง

ก่อนที่จะย้ายกลับไปเล่นให้กับ โครินเธียนส์ สโมสรดังในบ้านเกิดช่วงปลายอาชีพ แล้วแขวนสตั๊ดไปในปี 2011

อย่างไรก็ตามขนาด โรนัลโด้ เจออาการบาดเจ็บเล่นงาน หนักหนาสาหัสขนาดนั้น กองหน้ารายนี้ยังกลับมา พร้อมกวาดรางวัลส่วนตัวมากมาย เป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก บวกกับเจ้าของตำแหน่ง บัลลงก์ ดอร์ 2 สมัย

เมื่อเทียบสถิติการลงสนาม กับประตูที่เขาทำได้ ยิ่งดูน่าทึ่งเข้าไปกันใหญ่ ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่า ถ้าเขาไม่ต้องเจอปัญหาเจ็บรบกวน มีวินัยการดูแลร่างกายที่ดี ลดการปาร์ตี้นอกสนาม อาร์ไนน์ จะพังตาข่ายได้มากกว่าที่เห็นอีกกี่ประตูกันแน่

สมาชิก ฮอสปิตอล แบนด์ – โธมัส แฟร์มาเล่น

นักเตะกระดูกเปราะ-3

ปิดท้ายกันที่ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังกันบ้าง ซึ่งเขาเคยถูกแฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส จัดเข้าไปอยู่ใน “ฮอสปิตอล แบนด์” เพราะขยันเจ็บเหลือเกิน บางครั้งก็ถูกเอาชื่อไปล้อเลียนว่า “แวะมาเล่น” ไม่ได้กะจะมาเล่นจริงๆ

เกริ่นมาขนาดนี้ ย่อมไม่มีทางพลิกโผเป็นคนอื่น นอกจาก โธมัส แฟร์มาเล่น แนวรับทีมชาติเบลเยี่ยมนั่นเอง

แฟร์มาเล่น เป็นกองหลังเท้าซ้าย ที่เล่นได้สารพัดประโยชน์ ทั้งตำแหน่ง เซนเตอร์แบ็ค และ แบ็คซ้าย มีความเร็ว ความแข็งแกร่ง เล่นลูกกลางอากาศได้ดี นิ่ง เข้าปะทะแม่นยำ และมีทีเด็ดจากการยิงไกล

แต่ทุกอย่างแฟนบอลจะได้เห็นเป็นแค่บางเกม เพราะส่วนใหญ่แล้วปัญหาบาดเจ็บจะพาเขาไปเฝ้าโรงหมอมากกว่าลงแข่ง

อาการเจ็บหนักครั้งแรกของ แฟร์มาเล่น เกิดขึ้นในตำแหน่งเอ็นร้อยหวาย ถึงขนาดที่ต้องเข้ารับการแก้ไขด้วยการผ่าตัด แล้วอีกหลายๆ ส่วนก็เหมือนจะเสื่อมสภาพตาม ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อ, เส้นเอ็น และ กระดูกข้อต่อต่างๆ ล้วนทำให้เขาต้องหายหน้าจากต้นสังกัดเป็นประจำ เล่นหนึ่งเกม พักเป็นเดือน แล้วก็เจ็บนิดๆ หน่อยๆ ต้องพักอีกเรื่อยๆ

สถิติของ แฟร์มาเล่น ที่พลาดการลงสนาม ไล่เรียงได้ตามลำดับ ออกมาได้ดังนี้ 17 เกมกับ โรม่า, 31 เกมตลอด 6 ปีที่ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม, 88 เกม ตลอด 5 ปีกับ อาร์เซน่อล และ 104 เกม นับตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในปี 2014 จนทุกวันนี้ก็แทบไม่ได้เห็นลงสนามต่อเนื่องให้กับ วิสเซล โกเบ ต้นสังกัดปัจจุบัน ในศึก เจ ลีก ประเทศญี่ปุ่น มากเท่าไหร่นัก

อย่างน้อยที่สุด แฟร์มาเล่น ก็นับว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่โชคดีเรื่องรายได้ก้อนโต เพราะเหมือนทำงานแค่ช่วงโอที แต่รับเงินเต็มกับต้นสังกัดทุกสโมสรที่กล่าวถึง

เว็บไซต์ offpitch มุ่งเน้นการนำเสนอ ข่าวสารที่น่าสนใจ จากวงการฟุตบอลทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือ นอกประเทศ ประเด็นไหนที่กำลังร้อนตามกระแส ไม่มีทางปล่อยผ่านให้หลุดมือ พร้อมตีแผ่ให้ลึกแบบถึงกึ๋น ติดตามพวกเราไว้ รับรองได้ว่า ไม่มีตกเทรนด์แน่นอน