รวมตัวแทน รอย คีน ที่พังไม่เป็นท่า

ตัวแทน รอย คีน คือ สิ่งที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พันธุ์แท้ ที่ติดตามทีมมาตั้งแต่ยุคปลายปี 90 ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงกลางยุค 2000 พยายามตามหากัปตันทีม ที่สมบูรณ์แบบอันเป็นภาพติดตามาโดยตลอด แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จสักที

ทั้งเรื่องภาวะความเป็นผู้นำ รวมไปถึงฝีเท้าอันเก่งกาจ เป็นคำนิยามที่เหมาะสมกับ รอย คีน กองกลางเลือดเดือด ดีกรีทีมชาติไอร์แลนด์ ที่ยังไม่สามารถหาใครมาลบเลือนไปได้เลย ตราบมาจนถึงทุกวันนี้

ปลอกแขนกัปตันทีม บวกกับภาระอันหนักอึ้งนี้ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า แฟนบอลต่างคาดหวัง ในเรื่องของผลงานในสนามเพราะว่า คีน นั้นเป็นผู้รับปลอกแขนต่อจาก เอริก คันโตน่า ดาวยิงระดับตำนาน ที่สร้างประวัติศาตร์ ด้วยการคว้าแชมป์มากมายให้กับต้นสังกัด ด้วยระยะเวลาอันสั้น ที่เขาอยู่กับทีมเพียงแค่ 5 ฤดูกาลเท่านั้น

ก่อนจะประกาศอำลาฟลอร์หญ้า จากเหตุผลสุดอินดี้ “อยากเลิกในช่วงเวลาที่ตัวเองอยู่จุดสูงสุด”

สไตล์การเล่นของ คีน เป็นมิดฟิลด์พันธุ์ดุ พร้อมเข้าปะทะแบบไม่กลัวใครหน้าไหน ไซส์บิ๊กไซส์เบิ้ม ขอให้จัดมา วัดได้หมด ไม่แปลกใจที่จะโดนคาดโทษ จากใบเหลืองใบแดง อยู่เป็นประจำ

แต่นั่นเป็นการสร้างอิมแพค เพิ่มพลังบวกและความฮึกเหิมให้กับลูกทีม เหมือนสื่อเป็นนัยๆ ว่า ไม่ต้องกลัวใคร เหมือนอย่างที่เขาแสดงออก การจับคู่ของเขากับ พอล สโคลส์ มิดฟิลด์พูดน้อย ถือเป็นหัวใจในแดนกลางที่ลงตัว เพิ่มจุดเด่น กลบจุดด้อย ให้กันและกัน

ซึ่งถ้าในยุคนั้น ผู้จัดการทีม มักจะเลือกใช้ระบบมิดฟิลด์ตัวกลางสองคน ซึ่งหากฝีเท้าไม่ดีพอ เป็นไปได้ยากมาก ที่จะเอาอยู่ ทั้งเรื่องเกมรุกและเกมรับ โดยที่แต่ละคน ต้องช่วยประสานงานกันทำสองหน้าที่ ไม่เหมือนแทคติกส์ฟุตบอลปัจจุบัน ที่ส่วนมากแล้ว ผู้เล่นแต่ละตำแหน่ง มักจะเป็นตัวที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แค่ด้านเดียวแบบโดดๆ

ด้วยบุคลิกที่แสนก้าวร้าวของ คีน การแสดงออกของเขา เป็นไปในทางที่รุนแรงเกินเบอร์บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าปะทะ ที่โลกจำไม่ลืมแบบที่ อัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ ซึ่งเป็นพ่อของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ โดนบวกจนขาหัก ในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

ไม่เว้นแม้แต่คำพูดคำจา ที่เดือดดาลเฉือดเฉือน น่าเกรงขาม ไม่น้อยไปกว่าดีกรีฝีเท้า อย่างเช่นวีรกรรมในอุโมงค์นักเตะ ที่เกือบได้ฟาดปากกับ ปาทริก วิเอย์ร่า กองกลางคู่อริจาก อาร์เซน่อล ที่ทุกวันนี้ยังมีการกล่าวถึงกันอยู่

หากความดุดันของ คีน มันไปลงเอยกับแค่คู่แข่ง ก็เป็นเรื่องดีไป แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเห็นอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจ คีน ใส่เต็มหมด ไม่เว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม

ขนาดแฟนบอลใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่ไม่ค่อยส่งเสียงร้องเพลงให้กำลังใจ ยังโดนมาแล้ว แถมเลยเถิดไปถึงผู้ชมในบ็อกซ์พิเศษ ที่ต้องสะดุ้ง เพราะโดนบ่นว่าเอาแต่ “แดก” ไม่ได้โฟกัสกับเกม

แล้วเหตุการณ์จัดหนัก ที่แฟนบอล ปีศาจแดง จำไม่เคยลืม จนเป็นสาเหตุให้ คีน ต้องกระเด็นออกจากโรงละครแห่งความฝัน คือ การออกมาสวดเพื่อนร่วมทีม ว่าไม่มีแรงกระตุ้น ขาดความตั้งใจ ติดหรูติดหล่อ และอีกอื่นๆ มากมาย แบบใส่เต็มข้อ ผ่านทางสื่อสโมสรอย่าง เอ็มยูทีวี แบบเรียงตัว ซึ่งมีสตาร์ดังติดโผการด่าหลายคน อาทิ ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, จอห์น โอเชีย, คีแรน ริชาร์ดสัน และ อลัน สมิธ เป็นต้น

จนเป็นเหตุให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จำเป็นต้องจัดการอย่างเด็ดขาด ตามแนวทางการบริหารที่เชื่อว่า “ไม่มีนักเตะคนไหน ใหญ่กว่าสโมสร” ด้วยการปล่อยตัว คีน ออกไปเล่นให้ เซลติก ในลีกสก็อตแลนด์ แบบฟรีๆ ในปี 2006 ส่งผลกระทบให้ เฟอร์กี้ ต้องหาตัวแทน มาอุดช่องว่าง ที่ยากจะเติมเต็ม

แต่ไม่ใช่ว่าสโมสร จะไม่คาดการณ์ถึงเรื่องดังกล่าวเอาไว้ล่วงหน้า แน่นอนว่ามีการวางตัวแทน เอาไว้หลายต่อหลายคน ให้มาลองเล่นในตำแหน่งเดียวกับ คีน รวมไปถึงการซื้อตัว อันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ดูรวดเร็วที่สุดอีกด้วย

บทความนี้ ออฟพิชท์ ได้รวบรวมเอา ดีลที่ล้มเหลว ของ เฟอร์กี้ ที่พยายามหาตัวแทนของ คีน มามัดรวมกันไว้ เพื่อให้แฟนบอลอสูรแดง รำลึกถึงผลงานของแต่ละราย ที่ออกมาล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า ว่าจะมีใครกันบ้าง?

ตัวแทน รอย คีน เอริก-เฌมบ้า-เฌมบ้า

ตัวแทน รอย คีน-1

เริ่มต้นกันที่ดาวเตะคนแรก ที่ทาง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอมทุ่มงบถึง 3.5 ล้านปอนด์ ในสมัยนั้น ซึ่งถือว่าแพงพอควร ดึงตัวมาร่วมทีมแต่เนิ่นๆ เพราะประทับใจในฝีเท้าอย่าง เอริก-เฌมบ้า-เฌมบ้า ยอดมิดฟิลด์จาก น็องต์

โดยเกมประเดิมสนามของเขากับทัพ ปีศาจแดง ในการเจอกับ อาร์เซน่อล คู่ปรับเบอร์หนึ่งในยุคนั้น

แฟนบอลมองว่า การเล่นที่ดุดัน ตัดเกมเด็ดขาด ปะทะหนักหน่วง อาจจะทำให้ เฌมบ้า-เฌมบ้า เป็นแกนหลักในแดนกลางได้ในอนาคต จากสไตล์ดังกล่าว ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ทุกคนจะเดาว่า เฟอร์กี้ คงวางดาวเตะรายนี้ เอาไว้เป็นตัวแทนระยะยาว ยามที่ รอย คีน โโรยราใกล้อำลาสนาม

แต่เพียงไม่นาน ทองที่เคลือบไว้ก็ลอกออกหมด ผลงานในสนามของ เฌมบ้า-เฌมบ้า ขาดความคงเส้นคงวา เข้าปะทะไม่เจอบอลบ้าง จ่ายบอลเสียบ้าง คุมเกมไม่ได้บ้าง

ไม่ผ่านสักอย่าง กลายเป็นแค่มิดฟิลด์ดาดๆ ที่เห็นได้ตามทีมระดับกลาง ณ เวลานั้น หน้าที่ของเขาจึงถูกจำกัดบทบาท ได้แค่เป็นอะไหล่ ยามตัวหลักเจ็บเท่านั้น

ตลอดระยะเวลาแค่ปีครึ่ง ที่อยู่กับทีม เฌมบ้า-เฌมบ้า ถูกตัดเกรดแล้วว่า ไม่ผ่าน เพราะเจอปัญหาทั้งเรื่องการปรับตัว ให้เข้ากับลีกอังกฤษ จากปัญหาการสื่อสารต่างๆ ที่ดูเป็นอุปสรรคในการเล่น ฉุดฟอร์มของเขาลงมาเรื่อยๆ ตลอด 39 นัด ที่ได้ลงสนาม เขาทำไปทั้งสิ้น 2 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ ให้กับต้นสังกัด

โดยความทรงจำเดียว ที่แฟนบอล เร้ด อาร์มี่ คงพอจะประทับใจได้บ้าง คือ ลูกยิงช่วงต่อเวลาพิเศษ ในเกมกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ทำให้ทีมเฉือนชนะ 3-2 เข้ารอบถ้วย ลีก คัพ รอบต่อไปได้สำเร็จ แต่ถ้าย้อนดูดีๆ ไม่แน่ใจว่า เฌมบ้า-เฌมบ้า ตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนั้น จริงหรือไม่?

ตัวแทน รอย คีน เลียม มิลเลอร์

ตัวแทน รอย คีน-2

ถัดมาในรายที่สองอย่าง เลียม มิลเลอร์ กองกลางตัวกลั่นจาก เซลติก ที่มีดีกรีเป็นตัวจักรสำคัญ ในการพาทีมครองแชมป์ลีกสก็อตแลนด์อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งย้ายเข้ามาร่วทัพอสูรแดง ตั้งแต่ปี 2004 ซึ่ง ณ ตอนนั้น ถูกมองว่า เป็นการดึงตัวมาเผื่อไว้ในอนาคต

โชคยังดีที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต้องจ่ายค่าตัวดีลนี้ แม้แต่แดงเดียว ได้มาแบบฟรีๆ แถมตัวนักเตะเองก็กระสัน ก้าวขึ้นมาเล่นในระดับที่มีระดับสูงกว่าเดิม

เป็นเรื่องที่น่าขบขันไม่น้อย ที่สื่อต่างๆ มองว่า มิลเลอร์ จะเป็นตัวแทนของ รอย คีน ได้ในอนาคต ด้วยความเหมือนในหลายๆ อย่าง ที่ดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

ยกตัวอย่างเช่น เป็นคนไอร์แลนด์เหมือนกัน และ เล่นในตำแหน่งเดียวกัน ดูมีความเป็นผู้นำ ส่วนสไตล์ต่างๆ นั้นมาปรับเปลี่ยนกันได้ เพราะในเวลานั้น คีน ยังอยู่กับสโมสร แล้วคงจะดีไม่น้อย ที่มีต้นแบบคอยนำทางให้ระหว่างการฝึกซ้อม

ท้ายที่สุดแล้ว มิลเลอร์ นั้นฝีเท้าไม่ผ่านอย่างแรง ในการเล่นในลีกอังกฤษ ที่เขี้ยวกว่าแดนวิสกี้ เป็นเท่าตัว การเข้าปะทะของเขาดูเบาบาง พร้อมเสียเชิงได้ทุกเวลา

จุดเด่นเรื่องลูกยิงไกล กับ การเติมเกมบุก ก็แสดงศักยภาพออกมาไม่ได้ เหมือนยามที่เล่นให้กับต้นสังกัดเดิม โอกาสได้ลงสนาม ก็ลดทอนไปตามฟอร์ม สิริรวมแล้ว มิลเลอร์ เล่นให้กับ ปีศาจแดง ไปเพียงแค่ 22 นัดรวมทุกรายการ ตลอดสองซีซั่นที่อยู่กับทีม ยิงไป 2 ประตู 1 แอสซิสต์

สุดท้ายแล้วก็ไม่รอด มิลเลอร์ ถูกปล่อยตัวไปอยู่กับ ซันเดอร์แลนด์ แล้วก็พเนจรไปอีกหลายต่อหลายสโมสร แต่ก็ไม่เคยทำผลงานได้เทียบเท่า ตอนที่เขาแจ้งเกิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบัน มิลเลอร์ ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้วก่อนวัยอันควร ด้วยอายุแค่ 36 ปี หลังต่อสู้กับอาการมะเร็งที่ตับอ่อนไม่ไหว ในปี 2018 ที่ผ่านมา

ความหวังสูงสุด เคลแบร์สัน มิดฟิลด์แชมป์โลก

ตัวแทน รอย คีน-3

บทความตัวนี้ จะไร้ความสมบูรณ์โดยสิ้นเชิง หากขาดชื่อของเขาคนนี้ ซึ่งเป็นนักเตะบราซิลคนแรก ในประวัติศาสตร์ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง เคลแบร์สัน

ดีกรีของสตาร์รายนี้ ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นหนึ่งในขุนพลตัวหลัก ชุดแชมป์โลกของ ทีมชาติบราซิล ในปี 2002 ร่วมกันกับนักเตะฝีเท้าฉกาจอย่าง โรนัลดินโญ่ ซึ่งขณะนั้น สื่อในอังกฤษต่างโหมกระพือว่า ปีศาจแดง กำลังเจรจาเรื่องการย้ายทีม พร้อมๆ กันทั้งสองคนเลยทีเดียว

แต่กลายเป็นว่าท้ายที่สุดแล้ว โรนัลดินโญ่ เลือกที่จะย้ายไปสร้างความยิ่งใหญ่ อย่างที่แฟนบอลทราบกันดีกับ บาร์เซโลน่า แล้วกลายเป็น เคลแบร์สัน ที่ย้ายมาคนเดียวโดดๆ ด้วยค่าตัวสูงถึง 6.5 ล้านปอนด์ในสมัยนั้น จากดีกรีตามสื่อที่ประโคมข่าวอย่างไม่ว่างเว้น ย่อมทำให้แฟนบอลต่างคาดหวังว่า ดีลนี้จะมายกระดับแผงกลางของทีมขึ้นไปอีกขั้น

เป็นไปได้สูงว่า เคลแบร์สัน ที่เล่นในตำแหน่งเดียวกันกับ คีน จะกลายเป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งนี้แบบไร้รอยต่อ สุดท้ายแล้วเรื่องราวกลับลงเอยแบบหักมุม เคลแบร์สัน ไม่สามารถจุติฟอร์มเทพ ได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง

สไตล์ของเขาไม่มีความโดดเด่น เลยแม้แต่ด้านเดียว จะรุกก็ไม่ใช่ จะรับก็ไม่เชิง เหมือนเป็นแค่ที่พักบอล เล่นสั้นๆ ง่ายๆ ไม่หวือหวา ซึ่งยุคนั้นกองกลางแบบนี้ ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก

ท้ายที่สุดแล้ว เขาได้สวมยูนิฟอร์มอสูรแดง เพียงแค่สองซีซั่น ก็ถูกขายเลหลังกว่าครึ่งราคาให้กับ เบซิคตัส ทีมดังในลีกตุรกี จบสถิติการลงเล่นไว้ที่ 30 นัดทุกรายการ ทำไปเพียง 2 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าตลกไม่น้อยนั้น เคลแบร์สัน ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า โรนัลดินโญ่ เคยบอกเขาไว้ว่า จะมาเล่นร่วมกันในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่บทสรุปคือ โดนแกง แบบไม่ต้องสืบ

เว็บไซต์ ออฟพิชท์ มุ่งเน้นการนำเสนอ ข่าวสารที่น่าสนใจ จากวงการฟุตบอลทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือ นอกประเทศ ประเด็นไหนที่กำลังร้อนตามกระแส ไม่มีทางปล่อยผ่านให้หลุดมือ พร้อมตีแผ่ให้ลึกแบบถึงกึ๋น ติดตามพวกเราไว้ รับรองได้ว่า ไม่มีตกเทรนด์แน่นอน